13
08/11
รถมือสอง การตรวจสอบสภาพภายในภายหลังดูสภาพสีเรียบร้อยแล้ว
รถมือสอง หลังจากสำรวจดูสภาพรถภายนอกเรียบร้อยแล้ว ก็มาตรวจสอบเครื่องยนต์ของ รถมือสอง ครั้งนี้ว่าด้วยเรื่องเครื่องยนต์กลไกต่างๆ ถึงแม้ว่าในสมัยนี้รถญี่ปุ่นจะมีเครื่องมือสองจากญี่ปุ่นเข้ามาขายมากมายและหาง่ายก็ตาม อย่างไรก็ดีสนนราคาของเครื่องยนต์ก็เป็นเรือนพันเรือนหมื่นจึงควรตรวจสอบอย่างถ้วนถี่ เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเงินโดยไม่จำเป็น ให้ลองสตาร์ทเครื่องแล้ว ตรวจว่าเครื่องยนต์เดินดีหรือเปล่า และให้ฟังดูว่ามีเสียงอะไรผิดปกติหรือไม่ มากน้อยแค่ไหน มีเสียงดังแต็ก…แต็ก ของวาล์วหรือไม่ หรือเสียงดังกั๊ก ๆ ที่เกิดจากแคมชาฟท์และเพลาข้อเหวี่ยง สลักลูกสูบหรือเปล่า ถ้ามีก็แสดงว่าเครื่องยนต์มีปัญหาใหญ่แน่ๆ หลังจากนั้นให้ลองฟังดูว่ามีเสียงของลูกปืนไดชาร์จ ไดสตาร์ทด้วย จากการฟังก็ต้องลองดมกลิ่นที่ท่อไอเสียดู ถ้ามีกลิ่นไม่แรงมากนักก็แสดงว่าเผาไหม้ได้หมด แต่ถ้ามีกลิ่นฉุนบวกด้วยมีควันสีดำออกมาเวลาเร่งเครื่องก็แสดงว่าเผาไหม้ไม่หมด และรถคันนั้นจะกินน้ำมันเยอะอีกด้วย หรือถ้าเป็นควันสีขาวไหลออกทางปลายท่อ ยิ่งมีปริมาณมากเท่าไหร่ เครื่องยิ่งหลวมมากเท่านั้น
อาจจะเป็นขั้นตอนที่ยุงยากสักหน่อย นั่นก็คือตรวจสอบระบบเกียร์ของ รถมือสอง มีวิธีการตรวจสอบแบบง่ายๆ โดยการจอดรถ ถ้าเป็นเกียร์อัตโนมัติ ให้ลองเข้าเกียร์ D และใช้เท้าซ้ายเหยียบเบรกเอาไว้แล้วใช้เท้าขวาเหยียบคันเร่งให้รอบอยู่ที่ประมาณสองพันรอบ ก็ถือว่าใช้ได้ หากถ้ารอบเลยขึ้นไปถึง 2,500-3,000 รอบขึ้นไป ก็แสดงว่าชุดคลัตช์เริ่มลื่นแล้ว ซึ่งค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงนั้นแพงมาก ตั้งแต่ 20,000 ถึงหลักแสนแล้วแต่รุ่นรถ เกียร์กระปุกก็เช่นกันให้สตาร์ทเครื่องและเข้าเกียร์หนึ่งโดยใช้เท้าขวาเหยียบเบรกเอาไว้และค่อยๆปล่อยคลัตช์ดู ถ้าเครื่องดับแสดงว่าคลัตช์ยังใช้ได้อยู่ หากถ้าเครื่องยังไม่ดับก็เป็นแสดงว่าชุดคลัตช์เสียแล้ว
ต่อไปตรวจสอบสภาพห้องโดยสารของ รถมือสอง ให้เช็คอย่างละเอียดว่าระบบไฟฟ้าทั้งหลายสัญญาณต่าง ๆ บนหน้าปัดขณะที่บิดกุญแจไปยังตำแหน่ง ON สัญญาณต่างๆ บนหน้าปัดจะต้องแสดงขึ้นมาทั้งหมด และตอนที่เครื่องยนต์สตาร์ทติดแล้วไฟเหล่านี้จะต้องดับหมด ซึ่งตรงไหนยังไม่ดับแสดงว่าระบบนั้นต้องมีข้อขัดข้อง เช่น ไฟ ABS ถ้าติดอยู่แสดงว่าระบบ ABS มีปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ และอาจจะต้องเสียเงินค่าซ่อมเป็นหลายเงินแน่ๆ หรือถ้าไฟ AIR BAG ติดอยู่ก็แสดงว่าระบบถุงลมนิรภัยมีปัญหาแน่ และต้องตรวจเช็คระบบแอร์ของ รถมือสอง เช็คตู้แอร์ดูว่ามีเสียงของพัดลมดังผิดปกติหรือเปล่า เสียงของคอมแอร์ดังขึ้นมาไหม ซึ่งทดลองได้ไม่ยากนัก แค่ปิดเปิดแอร์แล้วฟังเสียงดู ถ้ามีเสียงดังตอนเปิด และเงียบลงตอนปิดก็แสดงว่าคอมแอร์เริ่มมีปัญหาแล้วล่ะ
ถ้าหากตรวจสอบเท่านี้ ถ้ารถผ่านเกณฑ์ที่เราได้ตั้งไว้แล้ว ท่านก็จะได้รถมือสองสภาพที่ดีอย่างแน่นอน แต่คงจะให้ดีร้อยเปอร์เซ็นต์ก็คงเป็นไปไม่ได้ ควรจะตรวจสอบดูขอให้ใจเย็นอย่าใจร้อน ให้มองข้อด้อยออกมาให้มากที่สุด อย่าให้ข้อดีหรือจุดที่เราชอบมาบดบังข้อเสียของรถเป็นอันขาด รับรองท่านจะได้รถมือสองที่ดีอย่างแน่นอน